10 อันดับ

CIES FOOTBALL OBSERVATTORY องค์กรวิจัยจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากโลกฟุตบอลได้เสนอรายงานล่าสุด 10 นักเตะที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก เดือนมกราคม ปี 2020

 

อันดับที่ 10. เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (อินเตอร์ มิลาน)

10 อันดับ

115.7 ล้านยูโร หรือราว 3,933.8 ล้านบาท เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนตินา ถือเป็นกำลังหลักของทีมอินเตอร์มิลาน เขาย้ายจากราซิ่งคลับในลีกบ้านเกิดมาอยู่กับอินเตอร์มิลานเมื่อซัมเมอร์ปี 2018 ด้วยสนองราคาเพียง 22.5 ล้านยูโร

แต่มูลค่าซื้อขายในตลาดของเขาก็สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาได้รับความสนใจจากสโมสรยุโรป ไม่ว่าจะเป็นบาร์เซโลน่า หรือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่เจ้าตัวก็ยังมุ่งมั่นตั้งใจเล่นให้กับต้นสังกัดเดิมก่อน

อันดับที่ 9. อองตวน กรัซมันน์ (บาร์เซโลน่า)

10 อันดับ

123.6 ล้านยูโร หรือราว 4202.4 ล้านบาท อองตวน กรัซมันน์ โด่งดังขึ้นมาจาก แอตเลติโก มาดริด และหลังจากเป็นแกนหลักให้ทีมของ เดโก้ ซิเมโอเน่ อย่างยาวนาน เจ้าตัวก็ได้ตัดสินใจว่ามันถึงเวลาแล้วที่ต้องพัฒนาอาชีพฟุตบอลของเขาไปอีกขั้น นั่นทำให้เขาเลือกย้ายมาอยู่กับบาร์เซโลน่า

เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ตามค่าฉีกสัญญา ที่ระบุไว้กับ แอตเลติโก มาดริด ที่ 120 ล้านยูโร แต่การย้ายทีมของเขาก็ทำให้เกิดดราม่า เมื่อตราหมีอ้างว่า เจ้าบุญทุ่มแอบติดต่อกับนักเตะ ก่อนค่าฉีกสัญญาดังกล่าวจะมีผล แต่อย่างไรก็ตามในที่สุดเขาก็ได้มาเป็นกำลังสำคัญ ของทีมบาร์เซโลน่า ในเวลานี้

 

อันดับที่ 8. ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า)

10 อันดับ

125.5 ล้านยูโร หรือราว 4,267 ล้านบาท ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ลิโอเนล เมสซี่ คือนักเตะที่ดีที่สุดในโลกยุคนี้ เคียงข้างกับ Cristiano Ronaldo สตาร์เบอร์ 1 ของม้าลายยูเวนตุส แต่ถ้าว่าหลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่าทำไม CIES ถึงประเมิณให้ ลิโอเนล เมสซี่ ถึงอยู่อันดับที่ 8 มีปัจจัยหลายอย่างทั้งนี้มีปัจจัย

2 อย่างที่เห็นได้เด่นชัดที่เป็นตัวฉุดมูลค่าของนักเตะไม่ให้สูงขึ้นไปกว่านี้คือเรื่องของอายุที่เจ้าตัวก็แตะหลัก 32 ปีแล้ว ทำให้เขาเข้าสู่ช่วงท้ายของเส้นทางอาชีพ เช่นเดียวกับสัญญาของเขา กับ บาร์เซโลน่า

 

อันดับที่ 7. มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

10 อันดับ

134.3 ล้านยูโร หรือราว 4,566.2 ล้านบาท มาถึงจุดนี้หลายฝ่ายคงยิ่งสงสัยกันมากขึ้นว่าทำไม มาร์คัส แรชฟอร์ด ถึงมีมูลค่าสูงกว่านักเตะระดับโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ เสียอีก คือปัยจัยสำคัญที่ CIES นำมาคำนวนไม่ได้ดูแค่เพียงฝีเท้านักเตะเพียงอย่างเดียว ดังนั้นดาวรุ่งอย่าง แรชฟอร์ด ที่มีอายุเพียง 22 ปี

มีสัญญากับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ยาวถึงปี 2024 จึงถูกประเมินมูลค่าเอาไว้สูงเช่นนี้ อันที่จริงแล้วแรชฟอร์ด เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์มากพอคนหนึ่งในเกาะอังกฤษ ล่าสุดเจ้าตัวเพิ่งเอาชนะทั้ง  ซานริโอ มาเน่ และ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ผงาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน ธันวาคม ของ PFS มาครองได้ ด้วยผลงาน 5 ประตูจากการลงสนาม 7 นัด ในเดือนสุดท้ายของปี 2019

 

อันดับที่ 6. แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์)

10 อันดับ

150.5 ล้านยูโร หรือราว 5,117 ล้านบาท แฮร์รี่ เคน เป็นผลิตผลจากทีมเยาวชนของสเปอร์และพัฒนาฝีเท้าจนก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้ของยอดทีมแห่งกรุงลอนดอน เมื่อฤดูกาลที่แล้วเขานำทีมหักปากกาเซียนทุกสำนักเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้แบบเหนือความคาดหมายแม้ว่าสุดท้ายแล้ว

จะไปปราชัยต่อลิเวอร์พูล 2 ประตูต่อ 0 พลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดายก็ตาม ในฤดูกาลนี้ผลงานของทีมก็ตกลงอย่างน่าใจหาย จนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อดาเนียล เลวี ประธานสโมสรสั่งปลด เมาริซิโอ โปเชติโน ออกจากตำแหน่งและดึงตัว โชเซ่ มูรินโญ่ มารับตำแหน่งแทนแต่อย่างไรก็ตาม แฮร์รี่ เคน ก็ยังรักษาสถานะตำแหน่งดาวยิงเบอร์ 1 เอาไว้ได้

 

อันดับที่ 5. ซาดิโอ มาเน่  (ลิเวอร์พูล)

มาเน่

155.6 ล้านยูโร หรือราว 5,290.4 ล้านบาท มานี่เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ลิเวอร์พูล เถลิงแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาลที่แล้วและต่อยอดความสำเร็จกับแชมป์ยูโรเปี้ยนส์ชุปเปอร์คัพ ต่อเนื่องมาถึงแชมป์สโมสรโลกขณะที่ผลงานส่วนตัวของเขาก็โดดเด่นจนกลายมาเป็นนักเตะที่เจอร์เกน คล็อปป์ ขาดเสียไม่ได้

ไม่เพียงการทำประตูสำคัญๆ ได้อย่างตลอดแต่มาเน่ยังสามารถผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูได้หลายครั้งอีกด้วย เขาถือเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญช่วยให้ยอดทีมจากแม่น้ำเมอร์ซี่ไซ้บินสูงอยู่บนตารางพรีเมียร์ลีกเวลานี้ และมีโอกาสคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นสมัยแรก ในรอบ 30 ปีของสโมสร ปัจจุบัน ซาดิโอ มาเน่ นี่มีอายุ 28 ปีและมีสัญญากับสโมสรยาวไปถึงปี 2023

 

อันดับที่ 4. เจดอน ซานโช  (โบรุสเชีย ดอร์ทมุนด์)

ซานโช

168.9 ล้านยูโร หรือราว 5,742.6 ล้านบาท เจดอน ซานโช เคยเป็นอดีตเด็กฝึกของแมนเชสเตอร์ซิตี้ ก่อนตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตที่เลือกมาค้าแข้งในต่างแดนกับดอร์ทมุนด์ ในซัมเมอร์ปี 2017 เขาก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของดอร์ทมุนด์ ในระยะเวลาอันสั้น แบบฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นของเขา ก็ทำให้เขาได้รับความสนใจจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป

รวมถึง 3 ทีมดังของพรีเมียร์ลีกอย่าง เชลซี ลิเวอร์พูลและ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ล่าสุดความสัมพันธ์ของเขากับ ลูเซียฟาส นายใหญ่ของดอร์ทมุนด์ก็ไม่สู้ดี เมื่อเจ้าตัวโดนปรับเงินจากการมารายงานตัวช้า กำลังไปรับใช้ทีมชาติอังกฤษทั้งนี้ ซานโช เหลือสัญญากับดอร์ทมุนด์ถึงปี 2022 และที่สำคัญก็คือเขาอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น ทำให้เขายังมีเวลาพัฒนาฝีเท้าได้อีกมาก

 

อันดับที่ 3. โมฮาเหม็น ซาล่าห์ (ลิเวอร์พูล)

ซาล่าห์

175.1 ล้านยูโร หรือราว 5,953.4 ล้านบาท ซาล่าห์ เคยเป็นอดีตนักเตะที่เคยแจ้งเกิดไม่สำเร็จที่พรีเมียร์ลีก สมัยค้าแข้งกับเชลซีแต่ เจอร์เกน คล็อปป์ และ ทีมงานซื้อขายของลิเวอร์พูลที่นำโดย ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้อำนวยการกีฬาที่มองทะลุถึงพรสวรรค์ของนักเตะที่มีอยู่ในตัวอย่างเต็มเปี่ยมของเขา นั้นทำให้พวกเขาดึงตัวนักเตะมาร่วมทีมในปี 2017

ก่อนเจ้าตัวจะระเบิดฟอร์มเทพ ตอบแทนความไว้วางใจ ด้วยผลงานการคว้าดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก ถึง 2 สมัยติดต่อกันเขา มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ร่วมกันสร้างสามประสานในแนวรุกที่หน้าหวั่นเกรงที่สุดของยุโรป จนกลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลิเวอร์พูล บุกเบิกยุคทองแห่งความสำเร็จขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้เขาอายุ 27 ปีและมีสัญญาต่อจนไปถึงปี 2023

 

อันดับที่ 2. ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

สเตอร์ลิ่ง

223.7 ล้านยูโร หรือราว 7,605.8 ล้านบาท ราฮีม สเตอร์ลิ่ง พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดหลังย้ายจากลิเวอร์พูลไปอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในมือของยอดกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่งเขาพัฒนาฝีมือการจบสกอร์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะเห็นได้จากสถิติการทำประตูของเจ้าตัวในพรีเมียร์ลีก ตลอด 3 ฤดูกาลหลังที่ยิงขึ้นได้ตัวเลขสองหลักตลอดทั้งหมด

ผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขาไม่ใช่แค่ระดับสโมสรแต่ยังถือเป็นแกนหลักของทีมชาติอังกฤษอีกด้วยเมื่อประกอบกับอายุของเขาด้วยวัย 25 ปี และสัญญาในถิ่นเอติฮัดสเตเดี้ยม ถึงปี 2023 ก็ทำให้มูลค่าของเขาที่สูงที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 2 ในเวลานี้

 

อันดับที่ 1. คีลีย็อง เอ็มบัปเป้ (ปารีส แซงต์-แซร์กแมง)

เอ็มบัปเป้

265.2 ล้านยูโร หรือราว 9,016.8 ล้านบาท หลายคนเชื่อว่า คีลีย็อง เอ็มบัปเป้ จะก้าวขึ้นมาเป็นเต้ยของวงการฟุตบอลหลังหมดยุคของ เมสซี่ และ โรนัลโด้  เอ็มบัปเป้เป็นกำลังสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศส  ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 ขณะที่ในระดับสโมสรก็คว้าแชมป์ลีกเอิงมา 3 สมัยติดต่อกัน

ตั้งแต่อยู่กับโมนาโก ต่อเนื่องมาจนถึง ปารีส แซงต์-แซร์กแมง ด้วยวัยของเขาในตอนนี้ที่ 21 ปี ทำให้ เอ็มบัปเป้ จะยังคงเป็นซุปเปอร์สตาร์ของโลกไปอีกนาน โดยปัจจุบันมีสัญญากับปารีส แซงต์-แซร์กแมง ถึงปี 2023

 

ฟรี ! สูตรบาคาร่า และ เทคนิคการเล่นบาคาร่าออนไลน์

ขอขอบคุณผู้สนับสนุน numnair.comtenglnw.comtanglnw.comskillnw.com

 

สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

Football Money League 2020 เราจะพาไปดู 10 อันดับ สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

 

อันดับที่ 10   Juventus

สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

สโมสรฟุตบอลยูเวนตุส กลับมาทวงตำแหน่ง 10 อันดับได้ในปีนี้หลังหลุดท็อปเท็นเมื่อปีก่อนพวกเขามีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ 65.2 ล้านยูโร คิดเป็น 17 % แน่นอนกว่าการย้ายมาของ คริสเตียโน โรนัลโด ที่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรม สูงกว่าสโมสรบาร์เซโรน่า และ เรอัล มาดริดรวมกันซะอีกย่อมช่วยให้รายได้เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ขณะเดียวกันพวกเขาก็มีสัญญาณที่ดีอย่างต่อเนื่อง เมื่อรายได้จาก 2 สปอนเซอร์หลักอย่าง Jeep และ Adidas ได้สร้างรายได้ให้กับพวกเขารวมสูงถึง 51 ล้านยูโรต่อปี และ โรงแรม J-hotel ที่พวกดขาเป็นเจ้าของ 40% ไว้ใกล้สนามแข่งอีกด้วยเช่นเดียวกับการตลาดที่ขยายไปทางทวีปเอเชีย

เมื่อพวกเขาไปเปิดสาขาที่ฮองกงการเซ็นสัญญากับโคนามิ และ การจับมือกับบริษัทยางชื่อดังของประเทศจีนอย่างหลิงหลงอักด้วย  ทำให้พวกเขามีรายรับอยู่ที่ประมาณ 459.7 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 15,628.8 ล้านบาท

อันดับที่ 9   Chelsea

สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

สโมสรฟุตบอลเชลซี ล่วงลงมา 1 อันดับ หลังรั้งอันดับที่ 8 มา 4 ปีติดต่อกันซึ่งรายได้ของพวกเขาค่อนข้างคงที่โดยเพิ่มขึ้นมาเพียง 7.4 ล้านยูโร หรือราว 1%  เท่านั้น พวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฟุตบอลยุโรปหลังเอาชนะ อาร์เซนอล คว้าแชมป์ยุโรป้าลีคมาครองได้ แต่รายได้จากการขายบัตรเข้าชม และ รายได้จากการถ่ายทอดสดลดลงที่ 2-10 % ตามลำดับ

ซึ่งเป็นผลโดยตรงที่ทีมไม่ได้เล่นในศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก อย่างไรก็ตามการแต่งตั้ง แฟรงก์ แลมพาร์ด เข้ามาคุมทีมในฤดูกาลใหม่ และ การได้กลับไปเล่นในแชมป์เปี้ยนลีก ร่วมถึงการผ่านไปถึงรอบน็อคเอาท์ย่อมจะสร้างรายได้ให้กับพวกเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก สำหรับการจัดอันดับในปีหน้า

แต่ในปีนี้พวกเขามีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 513.1 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 15,445.4 ล้านบาท

 

อันดับที่ 8  Tottenham Hotspur

สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

สโมสรฟุตบอลท็อตแนมฮ็อทสเปอร์ พุ่งขึ้นมารั้งอันดับที่ 8 ในปีนี้ ซึ่งเป็นอันดับที่สูงที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยทำได้ และ เป็นครั้งที่พวกเขาอยู่เหนือทั้ง อาร์เซนอล และ เซลซี นับตั้งแต่ ฤดูกาล 1996-1997 เป็นต้นมา รายได้ของพวกเขาเพิ่มขึ้น 92.8 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 21% 

โดยส่วนใหญ่รายได้มาจากการถ่ายทอดสด และ การจับมือเชิงพาณิชย์ นั้นเป็นผลโดยตรงมาจากการที่พวกเขาทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศแชมป์เปี้ยนลีกได้อย่างเหนือความคาดหมายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เช่นเดียวกับการจับมือจาก AIA และ NIKE จึงทำให้พวกเขามีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 521.1 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 17,717.4 ล้านบาท

 

อันดับที่ 7   Liverpool

สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ยังคงรั้งอันดับที่ 7 เหมือนเมื่อปีก่อนแต่รายได้ของพวกเขาในรอบปีที่ผ่านมาพุ่งสูงขึ้นถึง 91 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 17%  ซึ่งเป็นผลมาจากการผงาดคว้าแชมป์เปี้ยนลีค และ จบอันดับที่ 2 ในพรีเมียร์ลีกซึ่งแข่งขันกับแมนเชสเตอร์ซิตี้อย่างสุดมันส์ไปจนกระทั่งนัดสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก

รายได้จากการถ่ายทอดสดเพิ่มขึ้นถึง 19% และสโมสรก็ได้รายได้ส่วนแบ่งจากพรีเมียร์ลีกสูงที่สุดอีกด้วย ขณะที่รายได้เชิงพาณิชย์ก็เพิ่มขึ้น 23% จากสปอนเซอร์ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างมากมาย นอกจากนี้ลิเวอร์พูลยังมีรายได้เสริม

จากการเปิดสนามแอนฟิวส์เป็นที่จัดงานคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 ที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับพวกเข้าและพัฒนาสนามจนกลายมาเป้นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งหลายอีกด้วย จึงทำให้พวกเขามีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 604.7 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 20,559.8 ล้านบาท

 

อันดับที่ 6   Manchester City

สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ ตกลงมา 1 อันดับจากเมื่อปีก่อนแต่พวกเขาก็มีฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากที่เป็นสโมสรแรกที่คว้าทิปเปิลแชมป์ของอังกฤษมาครองได้สำเร็จนั้นทำให้รายได้ของพวกเขาเพิ่มขึ้นมา 42.2 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 7% แต่สโมสรที่อยู่ใกล้เคียงกับพวกเขาก็ไล่จี้ตามมาแบบติด ๆ

เช่นเดียวกับสโมสรฟุตบอลปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่แซงหน้าพวกเขาขึ้นไปแล้วถ้าว่าจากการที่ซิตี้เซ้นสัญญากับพูม่าในการแข่งขันฤดูกาลใหม่นี้ ประกอบกับการมีมาราธอนเบทเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ชุดซ้อมน่าจะทำให้พวกเขาไต่อันดับกับไปได้ในฤดูกาลหน้า จึงทำให้พวกเขามีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 610.6 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 20,760.4 ล้านบาท

 

อันดับที่ 5   Paris Saint-Germain

สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

สโมสรฟุตบอลปารีส แซงต์ แชร์กแมง ขึ้นมารั้งอันดับที่ 5 ของสโมสรที่ทำรายได้สูงสุดในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอันดับที่สูงที่สุดของสโมสร นับตั้งแต่ฤดูกาล 2014-2015 เลยทีเดียว การมีพาสเนอร์ใหม่ถึง 5 ราย เช่นเดียวกับการต่อสัญญาของคู่ค้าทั่วโลกอีก 6 เจ้า ทำให้รายได้เชิงพาณิชย์ของพวกเขาเพิ่มขึ้นมากกว่า 50 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 16%

ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์มันนี่ลีก พวกเขาหวังแซงหน้า บาเยิร์น และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ได้ในปีหน้าแต่มันคงขึ้นอยู่กับผลงานในแชมป์เปี้ยนลีกของพวกเขาว่าจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนในฤดูกาลนี้ จึงทำให้พวกเขามีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 635.9 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 21,620.6 ล้านบาท

 

อันดับที่ 4   Bayern Munich

สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

สโมสรฟุตบอลบาเยิร์น มิวนิค หยังคงรักษาอันดับที่ 4 ของพวกเขาเอาไว้อย่างเหนียวแน่นเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันรายได้ของพวกเขาเพิ่มขึ้นรายได้ของพวกเขาเพิ่มขึ้น 30.9 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 5% แต่ที่น่าสนใจก็คือรายได้จากการถ่ายทอดสดที่พวกเขาทำได้มากขึ้นถึง 34.5 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 20% เลยทีเดียว รายได้เชิงพาณิชย์ก็เพิ่มขึ้น 7.8 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 2%

 แต่ที่น่าผิดหวังกับเป็นรายได้จากการขายตั๋วเข้าชมการแข่งขันที่ลดลง 11.4 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 11% สาเหตุหลักคือการจอดป้ายรอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมป์เปี้ยนลีกในฤดูกาลที่แล้ว เทียบกับการเข้ารอบตัดเชือกของฤดูกาลก่อนหน้านั้น จึงทำให้พวกเขามีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 660.1 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 22,443.4 ล้านบาท

 

อันดับที่ 3   Manchester United

สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด รั้งอันดับที่ 3 เป็นปีที่สองติดต่อกันด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้น 45.7 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 6 % ส่วนใหญ่มาจากการได้กลับไปเล่นแชมป์เปี้ยนลีคในปีที่แล้วและการผ่านเข้าไปเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศ และควบคุมรายได้จากการขายตั๋วเข้าชมการแข่งขัน 

รายได้เชิงพาณิชย์ค่อนข้างคงที่ ทำให้พวกเขามีรายรับอยู่ที่ประมาณ 711.5 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 24,191 ล้านบาท

 

อันดับที่ 2   Real Madrid

สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

สโมสรฟุตบอลเรอัล มาดริด เสียแชมป์รายได้สูงสุดในปีนี้หลังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 6.4 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 1% เท่านั้น ในฤดูกาลแรกที่พวกเขาไม่มี คริสเตียโน โรนัลโด พวกเขาก็ไม่สามารถครองความยิงใหญ่ของฟุตบอลยุโรปได้อีก และ จอดป้ายเพียงรอบ 16 ทีมแชมป์เปี้ยนลีกเท่านั้น

จึงทำให้รายได้เชิงพาณิชย์ของพวกเขาลดลงรวมถึงโบนัสที่มาจากผลการแข่งขัน ซึ่งโดยรวมแล้วรายได้ที่เพิ่มขึ้นในรอบปีที่ผ่านมาต้องอาศัยเงินจากลาลิกาที่เพิ่มขึ้นมาพยุงรายได้ไว้ ถ้าว่าจากการที่สโมสรต่อสัญญากับอดิดาสน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้

จากสปอนเซอร์และการขายสินค้าต่างๆ เพิ่มมากขึ้นในปีนี้ และ จะยังคงสถานะ 2 อันดับแรกสำหรับ Football Money League ในปีหน้าเอาไว้ได้  จึงทำให้พวกเขามีรายรับอยู่ที่ประมาณ 711.5 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 24,191 ล้านบาท

 

อันดับที่ 1   Bercelona

สโมสรฟุตบอลที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก

สโมสรฟุตบอลบาร์เซโรน่า ขึ้นมาครองแชมป์ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์หนแรกของสโมสร โดยพวกเขาทำรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 150.4 ล้านยูโร คิดเป็น 22 % เมื่อปีก่อน ส่วนใหญ่พวกสร้างรายได้จากการขายตั๋วเข้าชมการแข่งขัน และ รายได้เชิงพาณิชย์เป็นสถิติของสโมสร

อันที่จริงแล้วพวกเขาเริ่มต้นแผนงานสร้างรายได้อย่างหลากหลาย และ เพิ่มแหล่งรายได้จากนานาชาติมาตั้งแต่ปี 2015 ไปจนกระทั่งปี 2021 ซึ่งชัดเจนกว่านี่คือตัวอย่างของสโมสรที่ปรับตัวทางการตลาด โดยไม่หวังเพิ่งพาเพียงรายได้จากการขายตั๋วเข้าชมการแข่งขันเพียงอย่างเดียว

แต่หันมาโฟกัสรายได้ที่พวกเขาควบคุมได้แทน ทั้งนี้พวกเขาทำรายได้มากกว่าทีมอันดับที่ 2 อย่างเรอัล มาดริด สูงถึง 83.5 ล้านยูโร ในรอบปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นระยะห่างที่มากที่สุดตั้งแต่ที่มีการทำ Football Money League ขึ้นมาเลยทีเดียว

 

ฟรี ! สูตรบาคาร่า และ เทคนิคการเล่นบาคาร่าออนไลน์

ขอขอบคุณผู้สนับสนุน numnair.comtenglnw.comtanglnw.comskillnw.com